“Diamond Consultant” ทำหน้าที่อะไรบ้าง

 


 

หน้าที่หลักๆ ที่คุณๆ สามารถคาดหวังจาก Diamond consultant (ที่ปรึกษาในการเลือกซื้อเพชร) นั้นมีอยู่ 4 อย่างหลักๆ ด้วยกันดังนี้ค่ะ

1.ข้อมูลสำคัญพื้นฐาน

การซื้อเพชรนั้น นอกจากจะต้องใช้ความรู้สึก ความชอบแล้ว ผู้ซื้อยังต้องมีความรอบรู้ในระดับหนึง เนื่องจากเป็นการซื้อที่ใช้เทคนิคมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือก การเปรียบเทียบ และการอ่านข้อมูลสถิติ (ข้อมูลในใบเซอร์ฯ) แล้วรวบรวมเพื่อทำการตัดสินใจซื้อเพชร

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์เฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ดีที่สุด ซึ่งนี่คือหน้าที่สำคัญของ Diamond Consultant ที่จะต้องอธิบายให้ผู้ซื้อทราบว่า มีรายละเอียดอะไรบ้างที่ควรรู้ และเป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อในแต่ละครั้ง

 

2.ความสวยงาม

ความสวยงามของเพชรนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่น้ำ (ระดับสีของเพชร) หรือความสะอาดเท่านั้น ยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้เพชรน้ำสวย หรือองค์ประกอบอีกมากมาย เช่น สัดส่วน, รายละเอียดของตัวตำหนิเอง, ตำหนิอยู่ในตำแหน่งที่บดบังทางเดินของแสงหรือไม่ ประกายของเพชรเหมาะสมไหม ฯลฯ

หน้าที่ของ Diamond Consultant จะต้องช่วยดูและวิเคราะห์ความสวยงามออกมาเป็นรูปธรรมได้ด้วยค่ะ

3.ความคุ้มค่าของเงิน

Diamond Consultant ไม่ได้มีหน้าที่หาเพชรที่ถูกที่สุด แต่เราจะแนะนำและมองหาเพชรที่มีคุณภาพ คุณสมบัติที่สมเหตุสมผลกับราคาให้ได้มากที่สุด เทคนิคมากมายที่จะทำให้คุณได้เพชรหน้ากว้างกว่าเดิม ในราคาที่ไม่สูงมากนัก เหล่านี้เป็นต้น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราค่ะ

4.ภาพรวมงบประมาณ

Diamond Consultant ที่ดีต้องมองภาพรวมของงบประมาณที่รวมถึงการทำเครื่องประดับได้ด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถบริหารงบการเงินได้ดี และเราสบายใจที่สุดค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วลองหาที่ปรึกษาในการเลือกซื้อเพชร ที่คุณวางใจไว้สักคนก็คงจะดีไม่ใช่น้อยนะคะ


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

ทำความรู้จัก ‘แหวนแพลตินั่ม’

 


 

‘แพลตินั่ม’ หนึ่งในวัสดุจากธรรมชาติที่แข็งแกร่งและสวยงามที่สุดอีกชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เพิ่มคุณค่าและราคาในตลาดเครื่องประดับและอัญมณี

แท้จริงแล้ว ‘แพลตินั่ม’ นั้นไม่ใช่ทอง แต่มักมีคำเรียกที่ก่อให้เกิดความสับสนบ่อยๆได้แก่ ทองคำ หรือ ทองคำขาว ซึ่งทำให้เกิดความผิดพลาดได้บ่อยครั้ง จึงอยากจะแนะนำให้ผู้อ่าน เรียกทับศัพท์ว่า “แพลตินั่ม” ไปเลยน่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ

‘แพลตินั่ม’ เป็นโลหะที่หายากมากกว่าทองคำ ด้วยลักษณะของ ‘แหวนแพลตินั่ม’ จะมีความแข็งแรง จึงทำให้การผลิตเครื่องประดับด้วยโลหะชนิดนี้ยากมากกว่าโลหะชนิดอื่น ซึ่งทำให้ราคาค่อนข้างสูง เนื้อโลหะมีสีขาว อมเทาเล็กน้อย ลักษณะเด่นของแพลตินั่ม มีความเงางาม ไม่ต้องขัด-ชุบบ่อยครั้งเหมือนแหวนที่ทำจากโลหะชนิดอื่นๆ

ความบริสุทธิ์ของ ‘แหวนแพลตินั่ม’ ที่นิยมใช้ทำเครื่องประดับตามท้องตลาด ได้แก่ PT900 และ PT950 จะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ตามธรรมชาติ เพราะเหตุนี้ ‘แหวนแพลตินั่ม’ จึงกลายเป็นเครื่องประดับในฝันของคนผิวแพ้ง่ายนั่นเอง

ด้วยความแข็งแรง ทนทานของ ‘แหวนแพลตินั่ม’ จึงถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของรักแท้ที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน กลายเป็นแหวนแต่งงานความหมายดี ๆ ที่เหล่าคู่รักทั้งหลำยต่างนิยมใช้เป็นสัญลักษณ์แทนใจกันและกัน


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

‘Perfect Fit’ วัดไซส์แหวนให้เพอร์เฟค ฟิตพอดี ไม่มีพลาด

 


 

ปัญหาและความกังวลใจของเหล่าผู้ชื่นชอบการสั่งทำแหวนแบบ Custom Made หรือสั่งซื้อแหวนออนไลน์ที่มักจะพบเจออยู่บ่อยๆ ก็คือ ปัญหาในการวัดไซส์แหวน ให้ออกมาฟิตพอดีนิ้วนั่นเอง ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้เสมอ แม้ว่าคุณจะทำการวัดไซส์แหวนด้วยตัวเองเป็นอย่างดี แต่เมื่อได้ลองสวมแหวนแล้ว กลับออกมาหลวมไปนิด คับไปหน่อยอยู่เสมอ

หากปัญหาของคุณคือการวัดไซส์แหวน ‘Y Jewelry Thailand’ ขอนำเสนอ 5 ข้อควรระวังในการวัดไซส์แหวน ที่อาจทำให้ไซส์แหวนของคุณไม่ฟิตอย่างที่ควรจะเป็น

1. เครื่องมือที่ใช้ในการวัดไซส์แหวน 

เครื่องมือที่ใช้ในการวัดไซส์แหวน สำหรับเครื่องมือการวัดไซส์แหวนนั้น มีอยู่หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสายวัด ไม้บรรทัด พวงวัดแหวน ไปจนถึงกระบองวัดแหวน ล้วนมีหลากหลายยี่ห้อ และหลายขนาดมาก ซึ่งเมื่อแต่ละร้านใช้เครื่องมือวัดไซส์แหวนที่แตกต่างกัน ความคลาดเคลื่อนก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

ทางที่ดีที่สุดคือ หากจะสั่งทำแหวนร้านไหน ขอให้ทำการวัดไซส์แหวนกับร้านนั้นๆ จะดีที่สุด

2. ระยะกําหนดในการวัดไซส์แหวน  

ระยะกำหนดในการวัดไซส์แหวน หากคุณทำการวัดไซส์แหวนด้วยตัวเองที่บ้าน ควรสอบถามร้านค้าให้แน่ใจถึงวิธีการวัดไซส์แหวนของเค้าว่าระยะที่เค้าต้องการให้เราวัดนั้นคือจากจุดไหนไปถึงจุดไหน เช่น หากเป็นการวัดไซส์แหวนจากแหวนที่มีอยู่แล้ว การวัดไซส์แหวนมักจะเป็นการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางของวงใน (ไม่ใช่วงนอกซึ่งจะรวมความหนาของตัวเรือนแหวนเข้าไปด้วย ทำให้การวัดไซส์แหวนนั้นผิดพลาดได้) เป็นตัน ทั้งนี้แต่ละร้านค้ามีข้อกำหนด และวิธีการที่แตกต่างกัน จึงควรสอบถามให้แน่ชัดค่ะ

3. หน่วยในการวัดไซส์แหวน

หน่วยในการวัดไซส์แหวนนั้นมีมากมาย แต่ละแบรนด์ก็จะใช้มาตรฐานที่ต่างกัน บ้างใช้หน่วยวัดเป็นไซส์แหวนแบบ UK บ้างใช้มาตรฐานวัดไซส์แหวนของ US ซึ่งหากลองเปิดดูตารางเทียบไซส์แหวนตามเวบต่างๆ เราจะพบว่า เค้าจะทำการเทียบไซส์แหวนให้เข้ากับ หน่วยวัด มิลลิเมตร (มม.) ดังนั้นในการวัดไซส์แหวนด้วยตัวเอง เมื่อต้องการซื้อสินค้าออนไลน์ ควรวัดขนาดให้เป็น มิลลิเมตร ก่อน แล้วนำไซส์แหวนที่วัดได้นั้น ไปสอบถามผู้ขายออนไลน์อีกทีว่าจะตรงกับไซส์ใดในเวบของเค้า ก็จะเป็นการป้องกันการผิดพลาด หรือ ซื้อแล้วใส่ไม่พอดี ให้ลดลงได้ค่ะ

4. ลักษณะโภชนาการของคุณในช่วงนั้น

ลักษณะโภชนาการในช่วงที่จะวัดไซส์แหวน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งข้อควรระวังสำหรับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณ หากคุณรับประทานอาหารรสเค็มจัดบ่อยๆ อาจทำให้มีอาการบวมน้ำ ซึ่งส่งผลให้นิ้วของคุณเกิดการขยาย วัดไซส์แหวนที่แท้จริงได้ยากในช่วงนี้แน่นอน

5. สภาพอากาศที่คุณอยูในตอนวัดไซส์แหวน

สภาพอากาศที่คุณอยู่ในช่วงวัดไซส์แหวน ข้อควรระวังเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอากาศหนาวเย็น จะส่งผลให้นิ้วเกิดการหดตัวลงเล็กน้อย เพื่อสร้างความอบอุ่น แต่หากเป็นอากาศร้อน มีโอกาสที่นิ้วของคุณจะบวมขึ้นเช่นกัน ดังนั้นขอให้ลองตั้งข้อสังเกตตัวเองให้ดีก่อนทำการวัดไซส์แหวน

การวัดไซส์แหวนให้ ‘Perfect Fit’ ทำได้ง่ายๆ ด้วยการวัดไซส์แหวนกับผู้เชี่ยวชาญของทางร้านที่รับทำแหวนโดยตรงจะดีที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการแก้ไขปรับลดขนาดในภายหลังได้ด้วย หากเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ได้ลองก่อนซื้อ ก็ควรจะเชคข้อมูลเรื่องไซส์แหวนของแต่ละร้านค้าให้ละเอียดก่อนตัดสินใจนะคะ


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

ร่วมออกแบบแหวนเพชรที่ใช่ บ่งบอกสไตล์ที่เป็นคุณ

 


 

‘แหวนเพชร’ เครื่องประดับสะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ ความสำคัญจึงอยู่ที่การออกแบบ ให้มีเอกลักษณ์และรูปแบบเฉพาะคุณ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบแหวนเพชรผู้หญิง แหวนเพชรผู้ชาย ล้วนต้องการความสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นสไตล์ที่ลงตัว ‘Y Jewelry Thailand’ รับทำแหวนเพชรและเครื่องประดับต่าง ๆ พร้อมเนรมิตความต้องการของคุณให้เป็นจริงได้ค่ะ

สำหรับขั้นตอนในการสั่งทำแหวนเพชรแบบ Custom Made นั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแจ้งข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการรับทำแหวนเพชรเพียง 5 ขั้นตอน ดังนี้

1.แจ้งรูปแบบของชิ้นงานที่ต้องการอย่างชัดเจน

(แหวนหมั้น, แหวนแต่งงาน, แหวนเพชรผู้ชาย, แหวนเพชรผู้หญิง เป็นต้น)

2.แจ้งสไตล์ หรือรูปแบบงานเครื่องประดับที่คุณชื่นชอบ

3.งบประมาณเบื้องต้น

4.ขนาดของแหวนเพชร

5. ระยะเวลาที่ต้องการใช้ชิ้นงานของคุณ

ซึ่งขั้นตอนในการผลิตแหวนเพชร ทางเรามีการอัปเดตสถานะในการสั่งทำชิ้นงาน ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกเพชรพลอย การทำราคาประเมินเสนอให้คุณพิจารณาก่อนการผลิตจริง รวมถึงความใส่ใจ เพื่อให้คุณได้มีส่วนร่วมในการทำแหวนเพชรร่วมกับเราได้อย่างใกล้ชิด

‘Y Jewelry Thailand’ รับทำแหวนแบบ Custom Made โดยให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เพื่อให้คุณสามารถวางใจได้ว่าแหวนเพชรที่คุณต้องการจะเผยความงามออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หากสนใจสั่งทำแหวนเพชรแบบ Custom Made สามารถเข้ามาพูดคุยขอคำแนะนำกับ Private Jeweler ของเราได้ที่ ‘Y Jewelry Thailand’ สาขาสีลม ซึ่งสามารถทำการนัดพบเพื่อปรึกษาและขอคำแนะนำผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของเราได้ ที่ลิ้งก์นี้ (Book your Appointment) ‘Y.Jewelry Thailand’ ยินดีให้บริการ

 


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

5 Couple Rings Styles : ให้แหวนคู่ของคุณไม่เหมือนใคร

 


 

วันนี้เราจะมาแนะนำแนวแหวนสำหรับคู่แต่งงานที่กำลังมองหาสไตล์แหวนคู่ ที่ไม่จำเจและสามารถใส่ได้ทุกวัน ลองเลือกดูนะคะ

1.เหมือนกันเป๊ะ 

แหวนคู่ที่เป็นแฝดกันในทุกแง่ไม่ว่าจะรายละเอียดแบบ ขนาดหน้าแหวน สีของชิ้นงาน เพชร พลอย ทุกอย่างคือ 1เดียว ข้อดีคือการออกแบบง่าย ราคาอาจจะย่อมเยาว์กว่า เพราะเหมือนกับทําแบบเดียว

2.เหมือนกันบางส่วน

เป็นลูกเล่นการออกแบบที่นําเอาแบบตั้งต้นมาปรับให้แหวนทั้งสองไม่เหมือนกันเป๊ะแบบ 100% แต่ดีไซน์ยังมีบางส่วนที่มีรูปแบบร่วมกันอยู่บ้าง ให้ดูรู้ว่ามันคือแหวนที่ออกแบบมาคู่กัน อาจเพิ่มเติมรายละเอียดให้แหวนผูหญิงมีหน้างานเล็กกว่าแหวนผูชายเพิ่มเติมด้วยก็จะได้งานที่สนุกมากขึ้น 

3.มีเพชรพลอย vs เกลี้ยงๆ

เทคนิคนี้จะช่วยตัดปัญหาที่คนนึงชอบเพชรพลอย แต่อีกคน (ซึ่งมักจะเป็นผู้ชาย) ที่ไม่ชอบเพชรหรือพลอยเอาเสียเลยโดยให้ดีไซน์ของตัวแหวนคลาย หรือ แตกต่างกันเล็กน้อย เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับแหวนคู่ของคุณ 

4.แตกตางที่สีโลหะและพื้นผิว

หากรูปแบบดีไซน์เราชอบแบบใก้ลเคียงกัน แต่ไม่อยากให้เหมือนกันเป๊ะขนาดนั้น มาเล่นที่พื้นผิวโลหะให้เป็นแบบเกลี้ยงเงา หรือ ปัดขนแมว โดยเลือกให้ สองวงนั้นมีพื้นผิวที่แตกต่างกัน สีของโลหะก็เป็นอีกตัวช่วยให้ แหวนคู่ของคุณมีความใหม่ไม่เหมือนใคร คือเลือกวงละ 1 สีเช่น วงหนึ่งสี white gold อีกวงเป็นสี rosegold ก็น่ารักดีคะ

5.แหวน 2-tone สองสีในวงเดียว 

แหวนแบบนี้เราแนะนําว่าให้ออกแบบให้เหมือนกันเขาไว้ (แต่เพิ่มความกิ๊บเก๋ที่หน้ากว้างแหวนให้มีเล็ก-ใหญ่ต่าง กัน) และเทคนิคการทําสีตัวเรือนให้มี2สีใน 1วง แบบนี้ออกจะดูแฟชั่นสักหน่อย แต่รับรองว่าน่ารักไม่จําเจแน่นอนคะ

นี่เป็นเพียงแค่ไอเดียบางส่วนที่จะเพิ่มลูกเล่นให้กับดีไซน์แหวนคู่ของคุณให้สนุก ไม่เหมือนใครคะ 


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

ซื้อเพชร ทำไมต้องหาที่ปรึกษา?

 


 

ศาสตร์ในการเลือกเพชรนั้นเป็นความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง เราไม่ได้ซื้อเพชรเพียงเพราะความสวย ความชอบเหมือนอย่างการเลือกซื้อเสื้อผ้า หรือ fashion item เท่านั้น

สำหรับคนซื้อเพชรทุกคนย่อมรู้จัก 4Cs 4ปัจจัยที่กำหนดราคาเพชรกันอย่างดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ เราบอกได้หมดว่า C ทั้ง 4ตัวนั้นมีอะไรบ้าง แต่เวลาที่เราจะต้องเลือกเพชรจริงๆ แล้วหลักการและการเลือกของจริงนั้นช่างแสนแตกต่าง

หากไมใช่ผู้ที่เชี่ยวชาญแล้ว จะบอกได้ยากมากว่า ตำหนิแบบนี้ถือว่า ดีหรือไม่ แล้ว เป็นเม็ดที่ good deal หรือเปล่า

ที่สำคัญ เพชรที่เราเลือก เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในงบประมาณของเราแล้วหรือยัง?

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำไมเราจึงอยากใหคุณมองหาร้านเพชร หรือ Jeweler ดีๆ ที่ไว้ใจได้ สามารถให้คำปรึกษาเราได้อย่างจริงใจค่ะ

หากยังหาไม่เจอ หรือยังไม่ชัวร์ จะลองอ่านบทความของเรา Y. Jewelry Thailand เพื่อเก็บขอ้มูลดูก่อนก็ดีเหมือนกันนะคะ

อ่านบทความอื่นๆของเราที่เกี่ยวข้องได้ที่ลิงก์นี้นะคะ 

https://yjewelrythailand.com/category/all-about-diamond/ 


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

ความลับบนใบเซอร์


 

หากคุณคิดว่าใบเซอร์จะบอกคุณทุกอย่างเกี่ยวกับเพชรที่คุณจะซื้อ บทความนี้อยากจะขอเชิญชวนให้คุณคิดใหม่ค่ะ 

เวลาที่เราซื้อเพชรแบบมีใบเซอร์นั้น เราก็มักจะดูว่ามันเป็น 3EX รึเปล่า Non-Flu มั้ย แล้วลิสต์รายชื่อตำหนิมีเยอะมากน้อยแค่ไหน.

 

โดยเฉพาะเรื่องตำหนิ เราก็มักอยากจะเลือกที่มันดูน้อยๆ จะได้สะอาดๆ หน่อย (คิดเอาเอง) 

เอาล่ะ ถ้าทุกอย่างดูดี (ตามที่เค้าว่าๆ กันมา) มันก็น่าจะโอเคนะ..

แต่เดี๋ยวค่ะ!!! รอแปป อย่าเพิ่งรูดปรื๊ดนะ…

เรื่องมันมีอยู่ว่า รายละเอียดตำหนิที่ลงในใบเซอร์ ในตำแหน่งหัวข้อ  Clarity Characteristics เนี่ยะค่ะ เค้าไม่ได้ลงครบทุกอย่างที่มีอยู่ในเพชรแต่ละเม็ดนะคะ

 

สาเหตุ คือ เวลาที่ทาง Lab เค้าจะลงเกรดว่าเพชรเม็ดนั้นนี้จะได้ความสะอาดที่ระดับไหน เค้าก็จะตัดสินกันด้วย ตำหนิ “หลัก” ของเม็ดนั้นๆ ค่ะ และก็จะลงบันทึกในใบเซอร์เฉพาะตำหนิหลักเท่านั้นเช่นกัน 

อย่างเรื่องตำหนิมีสีติดมั้ย รายละเอียดทำนองนี้เค้าไม่ได้ลงไว้ในใบเซอร์ค่ะ

บางคนบอกว่าโอ้ยไม่เป็นไรมั้ง เพชรเราความสะอาด vvs เลยนะ ..ก็บอกกันตรงนี้เลยค่ะว่า ตำหนิติดสีนี้ (เช่น ติดสีดำ) สามารถพบเจอได้ในเพชรที่ได้รับเกรดความสะอาดสูงๆ ด้วยเช่นกัน

ตำหนิติดดำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พึงประสงค์ เพราะนอกจากมันจะไม่เป็นที่นิยมแล้ว มันยังอาจจะทำให้เพชรหน้าหมองลงได้ด้วยหากว่าอยู่ในตำแหน่งที่บังแสงพอดิบพอดี 

จึงเป็นการดีที่สุด ถ้าหากว่าเราสามารถได้เห็นเพชรจริง หรือ ให้ที่ร้านที่เราไว้ใจได้ช่วยเช็คให้ว่าเพชรที่เราจะเลือกซื้อนั้นมันโอเคจริงๆ เพราะว่ายังมีความลับที่เราต้องสืบจากใบเซอร์อยู่นั่นเองค่ะ


 

Written by

Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)


Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

สุดยอด 7 Lab วิเคราะห์อัญมณี

 


 

สำหรับใครที่มีเพชรมีพลอย และต้องการทำใบเซอร์เพื่อความมั่นใจและเพิ่มมูลค่าให้กับอัญมณีแล้ว วันนี้ยุ้ยมี Laboratory ที่ให้บริการตรวจสอบและวิเคราะห์อัญมณีมาแนะนำกันถึง 7 แห่งเลยทีเดียวค่ะ และทั้งหมดก็มีสาขาอยู่ในกรุงเทพฯ สะดวกมากๆ เลย Lab แต่ละที่จะมีจุดเด่น จุดแข็งที่แตกต่างกันไปตามความถนัดของเค้านะคะ เราลองมาดูกันเลยค่ะว่ามีที่ไหนยังไงบ้าง

Cr : www.gia.edu

1. GIA Laboratory Bangkok


 

INFO: เปิดให้บริการในประเทศไทยครั้งแรก ในปี 2006 GIA นี้เป็นชื่อที่คุ้นหูกันมากๆ นะคะ เนื่องจากเป็นใบเซอร์เพชรที่ยอดนิยม อันดับ 1 ตลอดกาลในบ้านเรากันเลยก็ว่าได้ขึ้นชื่อว่าเพชร GIA แล้วนี่ไม่ต้องอธิบายกันมากเลย เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นเพชรที่ดีมีคุณภาพที่น่าเชื่อถือได้ แม้ว่าจะมีราคาที่สูงกว่าเพชรใบเซอร์อื่นๆ อยู่บ้าง แต่หลายๆ คนก็ยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินกันแบบสบายใจกัน เพราะเป็นเพชรที่ได้รับการการันตีคุณภาพจาก GIA นั่นเองค่ะ 

นอกจากนี้แล้ว GIA ยังเป็นสถาบันที่ทำการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และ วิเคราะห์เพชรและอัญมณีที่มาจากฝั่งอเมริกา และมีโรงเรียนเปิดคอร์สสอนการดูเพชรดูพลอยให้กับผู้สนใจอีกด้วยนะคะ ที่สำคัญสถาบันนี้เป็นผู้คิดค้นหลักการ 4Cs ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการซื้อ-ขายเพชรในปัจจุบัน จึงขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสถานบันที่มีความโดดเด่นเรื่องเพชรอย่างมากค่ะ 

SERVICES : ตรวจสอบและวิเคราะห์ – เพชร / เพชรสี / เพชรสังเคราะห์ / พลอย / ไข่มุก สำหรับเพชรที่มีขนาดใหญ่กว่า 1.9 กะรัต ขึ้นไป เพชรจะถูกนำส่งไปเข้าแล็บเพื่อการตรวจสอบและวิเคราะห์ที่อเมริกา ตามกฎระเบียบข้อบังคับของทางแล็บ GIA ค่ะ 

PRICE: ราคาจะแบ่งแยกตามประเภทของอัญมณี ซึ่งจะแบ่งแยกย่อยออกเป็นประเภทของ certificate แต่ละประเภทราคาจะแตกต่างกัน สำหรับ certifiacte เพชรที่นิยมทำกัน คือ แบบ diamond dossier (ใบเล็ก) ซึ่งจะเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ 1,000 บาท และ แบบ diamond grading report (ใบใหญ่) ราคาเริ่มต้นที่ 1,600-1,700 บาทค่ะ 

สามารถ download ตารางค่าบริการได้จากลิงค์นี้ค่ะ https://www.gia.edu/gem-lab-service/diamond-grading  

CONTACT: เลขที่ 968 ชั้น 6 และ 10 อาคารอื้อจือเหลียง ถ.พระราม 4 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 

โทร: (66) 2779 6100 / แฟ็กซ์: (66) 2632 4096 / Email: giabkklab@gia.edu /  เวลาทำการ: 10:00 – 17:00 น (จ-ศ) / เวบไซต์: http://www.giathai.net/laboratory


 

Cr : www.aigsthailand.com

2. Asian Institute of Gemological Sciences (AIGS)

INFO: สถาบันนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1978 ถือว่าเป็นโรงเรียนสอนดูเพชรพลอยแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีให้บริการตรวจวิเคราะห์และออกใบเซอร์เพชร-พลอยด้วยค่ะ แต่ที่นี่จะมีชื่อเสียงโดดเด่นในเรื่องพลอยมากกว่านะคะ

SERVICES: ตรวจสอบและวิเคราะห์ – เพชร / พลอย

PRICE: ราคาขึ้นอยู่กับประเภทใบเซอร์ที่เลือกใช้เช่นกัน โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท ซึ่งหากมีการเพิ่มรายการการตรวจสอบ เช่น ให้ตรวจดูแหล่งที่มาของพลอยด้วย ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามเนื้อหาที่ต้องการให้ทางแล็บตรวจสอบค่ะ 

โหลดดูตารางค่าบริการได้ที่นี่ค่ะ http://www.aigsthailand.com/full_report.aspx

CONTACT:ตึกจิวเวลรี่เทรดเซนเตอร์ ชั้น B1 ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร: (66) 2267 4325 แฟ็กซ์: (66) 2267 4327 Email: info@aigslaboratory.com เวบไซต์: http://www.aigsthailand.com

Cr : gemresearch.ch

3. Gems Research Swiss Lab (GRS)

INFO: สถาบันนี้เป็นองค์กรเอกชน มาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ค่ะ โดย Dr. A. Peretti ซึ่งเป็นนัก Gemologist ที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลมากมายจากผลงานการวิจัยที่เกี่ยวกับพลอยต่างๆ และได้ตั้งแล็บนี้ขึ้น โดยที่นอกจากจะมีสาขาอยู่ที่บ้านเราแล้ว ยังมีสาขาที่ฮ่องกง อเมริกา และ ศรีลังกา อีกด้วยนะคะ

SERVICES: ตรวจสอบและวิเคราะห์ – ทับทิม / ซัฟไฟร์ / มรกต / spinel / tourmaline / garnet / หยก

PRICE: ติดต่อแล็บโดยตรงเพื่อขอทราบราคา

CONTACT: GRS (Thailand) Co., Ltd. ห้อง 501-506, อาคาร Silom 19 ซอย 19 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร: (66) 2237 5898 / (66) 2000 4628 แฟ็กซ์: (66) 2237 5899 / (66) 2000 6167 Email: info@gemresearch.ch เวบไซต์: http://gemresearch.ch

Cr : gemresearch.ch

3. Gems Research Swiss Lab (GRS)

INFO: สถาบันนี้เป็นองค์กรเอกชน มาจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ค่ะ โดย Dr. A. Peretti ซึ่งเป็นนัก Gemologist ที่มีชื่อเสียงและได้รับรางวัลมากมายจากผลงานการวิจัยที่เกี่ยวกับพลอยต่างๆ และได้ตั้งแล็บนี้ขึ้น โดยที่นอกจากจะมีสาขาอยู่ที่บ้านเราแล้ว ยังมีสาขาที่ฮ่องกง อเมริกา และ ศรีลังกา อีกด้วยนะคะ

SERVICES: ตรวจสอบและวิเคราะห์ – ทับทิม / ซัฟไฟร์ / มรกต / spinel / tourmaline / garnet / หยก

PRICE: ติดต่อแล็บโดยตรงเพื่อขอทราบราคา

CONTACT: GRS (Thailand) Co., Ltd. ห้อง 501-506, อาคาร Silom 19 ซอย 19 สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร: (66) 2237 5898 / (66) 2000 4628 แฟ็กซ์: (66) 2237 5899 / (66) 2000 6167 Email: info@gemresearch.ch เวบไซต์: http://gemresearch.ch

Cr: http://www.igiworldwide.com

5. International Gemological Institute (IGI)

INFO: เป็นสถาบันดูเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยว่ามีสาขาอยู่ในมากมายหลายประเทศ โดย IGI จะมีชื่อเสียงในเรื่องของเพชรเป็นหลัก สำหรับในเมืองไทยนั้น IGI ถือว่าเป็นใบเซอร์เพชรที่เป็นที่รู้จักและนิยมรองลงมาจาก GIA และ HRD เลยทีเดียวค่ะ

SERVICES: ตรวจสอบและวิเคราะห์ – เพชร / พลอย / จิวเวลรี่

PRICE: ต้องติดต่อสอบถามไปที่สถาบันนี้โดยตรงค่ะ

CONTACT: อาคาร BGI เลขที่ 9 ซอยเจริญกรุง 36 ถ.เจริญกรุง กรุงเทพฯ 10500 โทร: (66) 2630 6726 / 2630 6727 แฟ็กซ์: (66) 2630 6728 Email:  thailand@igiworldwide.com เวบไซต์: http://www.igiworldwide.com

Cr: http://www.git.or.th

6. The Gem and Jewelry Institute of Thailand (GIT)

INFO: เป็นองค์กรของคนไทยเราเองค่ะ ชื่อภาษาไทยเต็มๆ คือ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นองค์กรของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ และคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดตั้งขึ้นในปี 2003 ค่ะ

SERVICES: ตรวจสอบและวิเคราะห์ – เพชร / อัญมณี / ไข่มุก

PRICE: ตรวจสอบค่าบริการได้ที่ https://www.git.or.th/lab_fees.html

CONTACT: ห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณี สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 4 ถนนสีลม  แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร: (66) 2634 4999 ต่อ 409 แฟ็กซ์: (66) 2634 4970 Email: jewelry@git.or.th เวลาทำการ: 9.00 – 17.00 น. (จ-ศ) เวบไซต์: https://www.git.or.th

Cr: www.ggtlaboratory.com

7. Global Gem Testing Laboratory (GGT)

INFO: อีกหนึ่งสถาบันของคนไทยที่เป็นที่รู้จักและเชื่อถือได้ เพราะมีที่มาที่ไปแน่นอน และมีนักอัญมณีศาสตร์เป็นผู้ดูแลห้องแล็บเองค่ะ

SERVICES: ตรวจสอบและวิเคราะห์ – เพชร / พลอย / หยก / เครื่องประดับ

PRICE:  ราคาของที่นี่ค่อนข้างย่อมเยาว์ค่ะ เริ่มต้น 300บาท ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.ggtlaboratory.com/customize-ค่าบริการตรวจสอบอัญมณี-1951-1.html

CONTACT: 1055/736 ตึก State tower ชั้น 33 ถ.สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร: (66) 2236 2941 แฟ็กซ์: (66) 2236 2942 Email: info@ggtlaboratory.com เวลาทำการ: 9.00 – 17.00 น (จ-ศ) เวบไซต์: http://www.ggtlaboratory.com


 

Written by

Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)


Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

เหตุผลดีๆ ที่ทำไมผู้หญิงเราจึงรักเพชร

ขึ้นชื่อว่า “เพชร” อัญมณีที่ว่ากันว่าเป็น Every Girl’s Best Friend อันนี้ยุ้ยเห็นว่าจะเป็นจริงอย่างนั้นนะคะ เพราะแม่หญิงคนไหนได้ครอบครองเพชร ไม่ว่าจะชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ ต่างก็พากันแฮปปี้ คลายเครียดกันไปทุกนาง

วันนี้เลยหยิบยกเอาเรื่องนี้มาคุยเล่นกันเบาๆ ว่าทำไมผู้หญิงเราจึงรักเพชร และอยากได้เพชรมาครอบครองกันจัง 

1. เพราะ “เพชร” ทำให้ผู้หญิงสวยขึ้น

เคยสังเกตความรู้สึกตัวเองมั้ยคะ เวลาที่ผู้หญิงเราได้ใส่เพชร มันเป็นควาามรู้สึกที่ดีมาก Happy จริงๆ เลยว่ามั้ย พอผู้หญิงมีความสุข ก็สร้างรอยยิ้ม และความมั่นใจ ทำให้เราสวยขึ้นได้อย่างง่ายๆ ไม่เชื่อลองดูสิคะ (อิอิ)

2.เพราะ “เพชร” ใส่แล้วทำให้บุคลิกดูน่าสนใจ

เครื่องประดับ ด้วยหน้าที่ของเค้าแล้ว คือ ช่วยสะท้อนบุคลิก ความชอบ ตัวตน ของผู้สวมใส่ และเสริมให้เครื่องแต่งตัวของเรานั้นมีจุดเด่น น่ามอง ลองดูนะคะวันไหนที่แต่งตัวแล้วแต่ไม่ได้ใส่เครื่องประดับ มันจะดูด้วนๆ โล้นๆ เครื่องประดับจึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราขาดไม่ได้จริงๆ ค่ะ

โดยเฉพาะเครื่องประดับที่ทำด้วยเพชรแล้ว เค้ามีลักษณะส่วนตัวที่มีประกายวับวาว หรือ การเล่นไฟ ที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้ไม่ว่าจะใส่เพชรกับชุดไหน โอกาสใด ก็จะช่วยให้ผู้สวมใส่ดู สง่างาม น่ามอง เสมอค่ะ

3.เพราะ “เพชร” ใส่แล้วรู้สึกมั่งคั่ง มั่งมี

หลายครั้ง ความมั่งคั่ง นั้น คือ ความรู้สึกมี รู้สึกมั่งคั่งภายในจิตใจ อาจด้วยเพราะเพชรเป็นอัญมณีที่มีมูลค่าในตัว การใส่เพชรจึงช่วยให้เกิดความรู้สึกนั้นได้จริงๆ ค่ะ ประหนึ่งว่าเงินเราไม่ได้หายไปไหน แค่แปลงร่างกลายเป็นเครื่องประดับสวยๆ ที่จะใส่ก็ดีงาม ไม่ใส่ก็เหมือนเป็นเงินเก็บอีกประเภทนั่นเองค่ะ

4.เพราะ “เพชร” เป็นมรดกตกทอดที่น่าภูมิใจ

เพชรบางชิ้นเป็นของที่ได้รับตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ นึกถึง ได้สวมใส่เมื่อใดก็มีความสุข และผู้รับคงจะรู้สึกขอบคุณปู่ย่าตายายที่ส่งต่อสิ่งของที่งดงามและมีค่ามาถึงเรา เปรียบเสมือนเป็นเงินก้นถุง และเป็นตัวแทนสายใยของสมาชิกในครอบครัวอีกรูปแบบค่ะ ดังนั้นเพชรที่คุณๆ ทั้งหลายมีอยู่นั้น อนาคตอาจตกทอดไปยังสมาชิกรุ่นหลังของคุณอีกเช่นกัน และส่งต่อความรู้สึกดีๆ แบบนี้ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้นะคะ

นี่ล่ะค่ะเหตุผลดีๆ ที่ทำไมผู้หญิงเราจึงรักเพชร พบกับบทความใหม่ในอาทิตย์หน้าเช่นเคยนะคะ สวัสดีค่ะ

4Cs ฉบับย่อ เข้าใจง่าย

คราวที่แล้วเขียนเรื่องประโยชน์ของ 4Cs ไป แต่นึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่เคยเขียนเรื่องนี้เลยสักที ด้วยที่เห็นว่ามีคนเขียนเรื่องนี้ไว้เยอะมาก เท่าที่เคยอ่านดู หลายๆ บทความที่เกี่ยวกับ 4Cs จะดูค่อนข้างรายละเอียดเยอะ ซึ่งก็มีความจำเป็น และอ่านดูแล้วมีศัพท์แสงวิชาการมากมาย วันนี้เลยอยากจะขอลองเขียน 4Cs ในแบบฉบับย่อๆ เข้าใจง่าย เอาไปใช้ได้จริงให้ได้อ่านกันดูค่ะ มาเริ่มกันเลยนะคะ
4Cs คือ คุณลักษณะ 4 ด้านของเพชรที่มีผลต่อราคาค่ะ คุณลักษณะ 4 ด้าน ที่ว่านี้มีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ ยุ้ยขอเรียงลำดับไล่จากด้านที่มีผลต่อราคาเพชรมากที่สุดลงไปนะคะ
1.C – Color หรือ คุณลักษณะด้าน “สี” ในที่นี้เราพูดกันถึง ยิ่งขาว ยิ่งแพงค่ะ น้ำ 100 หรือ D color เป็นสีที่ขาวที่สุด และในแง่ราคาจะสูงที่สุด เมื่อเทียบกับ เพชรอีกเม็ดที่มีคุณสมบัติอื่นๆ เท่ากันหมดค่ะ 2.C – Clarity หรือ คุณลักษณะด้าน “ความสะอาด” ในที่นี้เราพูดกันถึง ความสะอาดภายในเนื้อเพชร ที่เราเรียกกันว่า “ตำหนิ” นะคะ ยิ่งสะอาด มีมลทินภายในน้อย หรือ ไม่มีเลย ที่เรียกว่า Flawless (FL) ยิ่งหายาก และแน่นอนค่ะ ยิ่งแพง 3.C – Carat หรือ คุณลักษณะด้าน “น้ำหนัก” ซึ่งเค้าชั่งกันเป็น “กะรัต” นะคะ อันนี้ตรงไปตรงมา ยิ่งน้ำหนักมาก จำนวนแปรผันที่จะนำไปคูณกับราคาต่อกะรัต ก็ยิ่งมากขึ้นตาม 4.C – Cut หรือ คุณลักษณะด้าน “การเจียระไน” ที่จะมีผลต่อการเล่นไฟ ประกายวิ้งๆ ของเพชรแต่ละเม็ด เกรดที่สูงสุด คือ Excellent ซึ่งราคาย่อมแพงกว่า เพราะระดับความสวยเทพกว่า เม็ดที่ได้เกรดการคัตติ้งที่รองลงไป แต่ก็ถือว่ามีผลกระทบต่อราคาอยู่บ้างแต่ไม่แรงมากเท่าข้อบนๆ ค่ะ หวังว่า 4Cs ฉบับนี้ จะย่นย่อ เข้าใจง่าย สำหรับทุกท่านอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ ติดตามสาระความรู้ที่จะให้คุณซื้อเพชรแบบมือโปรได้ทุกอาทิตย์ค่ะ
สำหรับคนที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติม ยุ้ยขอนำเอาข้อมูลดีๆ ที่เรียบเรียงโดย GIA สถาบันเพชรระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา มาให้อ่านเพิ่มเติมกันค่ะ
  • เพชรมีตั้งแต่น้ำ 100 ไปจนถึงน้ำอะไรน้าา ไปดู Diamond Color Chart กันดีกว่าค่ะ==> https://www.gia.edu/gia-about-4Cs-Color
  • ระดับความสะอาดของเพชร หลักๆ มีทั้งหมด 5 ระดับ แต่ละระดับมีหมวดแยกย่อยเล็กน้อย ลองไปดูกันได้นะคะ ==> https://www.gia.edu/gia-about/4cs-clarity
  • หน้าตา 1 กะรัตจะใหญ่ เล็กขนาดไหน เทียบให้ดูกันชัดๆ ที่นี่ค่ะ ==> https://www.gia.edu/gia-about/4cs-carat
  • รายละเอียดของการพิจารณา grading ของการเจียระไน เค้าดูเรื่องอะไรกันบ้าง เราไปดู Diagram ผ่าตัดวัดไซส์เพชรกันดีกว่า คลิ๊กเลยค่ะ ==> https://www.gia.edu/gia-about/4cs-cut