“Diamond Consultant” ทำหน้าที่อะไรบ้าง

 


 

หน้าที่หลักๆ ที่คุณๆ สามารถคาดหวังจาก Diamond consultant (ที่ปรึกษาในการเลือกซื้อเพชร) นั้นมีอยู่ 4 อย่างหลักๆ ด้วยกันดังนี้ค่ะ

1.ข้อมูลสำคัญพื้นฐาน

การซื้อเพชรนั้น นอกจากจะต้องใช้ความรู้สึก ความชอบแล้ว ผู้ซื้อยังต้องมีความรอบรู้ในระดับหนึง เนื่องจากเป็นการซื้อที่ใช้เทคนิคมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเลือก การเปรียบเทียบ และการอ่านข้อมูลสถิติ (ข้อมูลในใบเซอร์ฯ) แล้วรวบรวมเพื่อทำการตัดสินใจซื้อเพชร

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์เฉพาะทาง เพื่อให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ดีที่สุด ซึ่งนี่คือหน้าที่สำคัญของ Diamond Consultant ที่จะต้องอธิบายให้ผู้ซื้อทราบว่า มีรายละเอียดอะไรบ้างที่ควรรู้ และเป็นปัจจัยสำคัญในการซื้อในแต่ละครั้ง

 

2.ความสวยงาม

ความสวยงามของเพชรนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่น้ำ (ระดับสีของเพชร) หรือความสะอาดเท่านั้น ยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้เพชรน้ำสวย หรือองค์ประกอบอีกมากมาย เช่น สัดส่วน, รายละเอียดของตัวตำหนิเอง, ตำหนิอยู่ในตำแหน่งที่บดบังทางเดินของแสงหรือไม่ ประกายของเพชรเหมาะสมไหม ฯลฯ

หน้าที่ของ Diamond Consultant จะต้องช่วยดูและวิเคราะห์ความสวยงามออกมาเป็นรูปธรรมได้ด้วยค่ะ

3.ความคุ้มค่าของเงิน

Diamond Consultant ไม่ได้มีหน้าที่หาเพชรที่ถูกที่สุด แต่เราจะแนะนำและมองหาเพชรที่มีคุณภาพ คุณสมบัติที่สมเหตุสมผลกับราคาให้ได้มากที่สุด เทคนิคมากมายที่จะทำให้คุณได้เพชรหน้ากว้างกว่าเดิม ในราคาที่ไม่สูงมากนัก เหล่านี้เป็นต้น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราค่ะ

4.ภาพรวมงบประมาณ

Diamond Consultant ที่ดีต้องมองภาพรวมของงบประมาณที่รวมถึงการทำเครื่องประดับได้ด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถบริหารงบการเงินได้ดี และเราสบายใจที่สุดค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วลองหาที่ปรึกษาในการเลือกซื้อเพชร ที่คุณวางใจไว้สักคนก็คงจะดีไม่ใช่น้อยนะคะ


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

ซื้อเพชร ทำไมต้องหาที่ปรึกษา?

 


 

ศาสตร์ในการเลือกเพชรนั้นเป็นความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง เราไม่ได้ซื้อเพชรเพียงเพราะความสวย ความชอบเหมือนอย่างการเลือกซื้อเสื้อผ้า หรือ fashion item เท่านั้น

สำหรับคนซื้อเพชรทุกคนย่อมรู้จัก 4Cs 4ปัจจัยที่กำหนดราคาเพชรกันอย่างดีอยู่แล้วใช่มั้ยคะ เราบอกได้หมดว่า C ทั้ง 4ตัวนั้นมีอะไรบ้าง แต่เวลาที่เราจะต้องเลือกเพชรจริงๆ แล้วหลักการและการเลือกของจริงนั้นช่างแสนแตกต่าง

หากไมใช่ผู้ที่เชี่ยวชาญแล้ว จะบอกได้ยากมากว่า ตำหนิแบบนี้ถือว่า ดีหรือไม่ แล้ว เป็นเม็ดที่ good deal หรือเปล่า

ที่สำคัญ เพชรที่เราเลือก เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ในงบประมาณของเราแล้วหรือยัง?

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำไมเราจึงอยากใหคุณมองหาร้านเพชร หรือ Jeweler ดีๆ ที่ไว้ใจได้ สามารถให้คำปรึกษาเราได้อย่างจริงใจค่ะ

หากยังหาไม่เจอ หรือยังไม่ชัวร์ จะลองอ่านบทความของเรา Y. Jewelry Thailand เพื่อเก็บขอ้มูลดูก่อนก็ดีเหมือนกันนะคะ

อ่านบทความอื่นๆของเราที่เกี่ยวข้องได้ที่ลิงก์นี้นะคะ 

https://yjewelrythailand.com/category/all-about-diamond/ 


Written by
Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)
Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

ความลับบนใบเซอร์


 

หากคุณคิดว่าใบเซอร์จะบอกคุณทุกอย่างเกี่ยวกับเพชรที่คุณจะซื้อ บทความนี้อยากจะขอเชิญชวนให้คุณคิดใหม่ค่ะ 

เวลาที่เราซื้อเพชรแบบมีใบเซอร์นั้น เราก็มักจะดูว่ามันเป็น 3EX รึเปล่า Non-Flu มั้ย แล้วลิสต์รายชื่อตำหนิมีเยอะมากน้อยแค่ไหน.

 

โดยเฉพาะเรื่องตำหนิ เราก็มักอยากจะเลือกที่มันดูน้อยๆ จะได้สะอาดๆ หน่อย (คิดเอาเอง) 

เอาล่ะ ถ้าทุกอย่างดูดี (ตามที่เค้าว่าๆ กันมา) มันก็น่าจะโอเคนะ..

แต่เดี๋ยวค่ะ!!! รอแปป อย่าเพิ่งรูดปรื๊ดนะ…

เรื่องมันมีอยู่ว่า รายละเอียดตำหนิที่ลงในใบเซอร์ ในตำแหน่งหัวข้อ  Clarity Characteristics เนี่ยะค่ะ เค้าไม่ได้ลงครบทุกอย่างที่มีอยู่ในเพชรแต่ละเม็ดนะคะ

 

สาเหตุ คือ เวลาที่ทาง Lab เค้าจะลงเกรดว่าเพชรเม็ดนั้นนี้จะได้ความสะอาดที่ระดับไหน เค้าก็จะตัดสินกันด้วย ตำหนิ “หลัก” ของเม็ดนั้นๆ ค่ะ และก็จะลงบันทึกในใบเซอร์เฉพาะตำหนิหลักเท่านั้นเช่นกัน 

อย่างเรื่องตำหนิมีสีติดมั้ย รายละเอียดทำนองนี้เค้าไม่ได้ลงไว้ในใบเซอร์ค่ะ

บางคนบอกว่าโอ้ยไม่เป็นไรมั้ง เพชรเราความสะอาด vvs เลยนะ ..ก็บอกกันตรงนี้เลยค่ะว่า ตำหนิติดสีนี้ (เช่น ติดสีดำ) สามารถพบเจอได้ในเพชรที่ได้รับเกรดความสะอาดสูงๆ ด้วยเช่นกัน

ตำหนิติดดำนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พึงประสงค์ เพราะนอกจากมันจะไม่เป็นที่นิยมแล้ว มันยังอาจจะทำให้เพชรหน้าหมองลงได้ด้วยหากว่าอยู่ในตำแหน่งที่บังแสงพอดิบพอดี 

จึงเป็นการดีที่สุด ถ้าหากว่าเราสามารถได้เห็นเพชรจริง หรือ ให้ที่ร้านที่เราไว้ใจได้ช่วยเช็คให้ว่าเพชรที่เราจะเลือกซื้อนั้นมันโอเคจริงๆ เพราะว่ายังมีความลับที่เราต้องสืบจากใบเซอร์อยู่นั่นเองค่ะ


 

Written by

Sornsida Y. Chanonprapa (G.D. GIA 2015)


Diamond Nerd จากสถาบัน GIA ศึกษาเรียนรู้ หัด grading เพชรมาโดยเฉพาะ บวกกับพื้นฐานเป็นลูกช่างทอง มีประสบการณ์ทำงานใน Field จิวเวลรี่มากว่า 20ปี จึงอยากใช้พื้นที่นี้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์กับทุกคนค่ะ

4Cs ฉบับย่อ เข้าใจง่าย

คราวที่แล้วเขียนเรื่องประโยชน์ของ 4Cs ไป แต่นึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่เคยเขียนเรื่องนี้เลยสักที ด้วยที่เห็นว่ามีคนเขียนเรื่องนี้ไว้เยอะมาก เท่าที่เคยอ่านดู หลายๆ บทความที่เกี่ยวกับ 4Cs จะดูค่อนข้างรายละเอียดเยอะ ซึ่งก็มีความจำเป็น และอ่านดูแล้วมีศัพท์แสงวิชาการมากมาย วันนี้เลยอยากจะขอลองเขียน 4Cs ในแบบฉบับย่อๆ เข้าใจง่าย เอาไปใช้ได้จริงให้ได้อ่านกันดูค่ะ มาเริ่มกันเลยนะคะ
4Cs คือ คุณลักษณะ 4 ด้านของเพชรที่มีผลต่อราคาค่ะ คุณลักษณะ 4 ด้าน ที่ว่านี้มีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ ยุ้ยขอเรียงลำดับไล่จากด้านที่มีผลต่อราคาเพชรมากที่สุดลงไปนะคะ
1.C – Color หรือ คุณลักษณะด้าน “สี” ในที่นี้เราพูดกันถึง ยิ่งขาว ยิ่งแพงค่ะ น้ำ 100 หรือ D color เป็นสีที่ขาวที่สุด และในแง่ราคาจะสูงที่สุด เมื่อเทียบกับ เพชรอีกเม็ดที่มีคุณสมบัติอื่นๆ เท่ากันหมดค่ะ 2.C – Clarity หรือ คุณลักษณะด้าน “ความสะอาด” ในที่นี้เราพูดกันถึง ความสะอาดภายในเนื้อเพชร ที่เราเรียกกันว่า “ตำหนิ” นะคะ ยิ่งสะอาด มีมลทินภายในน้อย หรือ ไม่มีเลย ที่เรียกว่า Flawless (FL) ยิ่งหายาก และแน่นอนค่ะ ยิ่งแพง 3.C – Carat หรือ คุณลักษณะด้าน “น้ำหนัก” ซึ่งเค้าชั่งกันเป็น “กะรัต” นะคะ อันนี้ตรงไปตรงมา ยิ่งน้ำหนักมาก จำนวนแปรผันที่จะนำไปคูณกับราคาต่อกะรัต ก็ยิ่งมากขึ้นตาม 4.C – Cut หรือ คุณลักษณะด้าน “การเจียระไน” ที่จะมีผลต่อการเล่นไฟ ประกายวิ้งๆ ของเพชรแต่ละเม็ด เกรดที่สูงสุด คือ Excellent ซึ่งราคาย่อมแพงกว่า เพราะระดับความสวยเทพกว่า เม็ดที่ได้เกรดการคัตติ้งที่รองลงไป แต่ก็ถือว่ามีผลกระทบต่อราคาอยู่บ้างแต่ไม่แรงมากเท่าข้อบนๆ ค่ะ หวังว่า 4Cs ฉบับนี้ จะย่นย่อ เข้าใจง่าย สำหรับทุกท่านอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ ติดตามสาระความรู้ที่จะให้คุณซื้อเพชรแบบมือโปรได้ทุกอาทิตย์ค่ะ
สำหรับคนที่สนใจในรายละเอียดเพิ่มเติม ยุ้ยขอนำเอาข้อมูลดีๆ ที่เรียบเรียงโดย GIA สถาบันเพชรระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา มาให้อ่านเพิ่มเติมกันค่ะ
  • เพชรมีตั้งแต่น้ำ 100 ไปจนถึงน้ำอะไรน้าา ไปดู Diamond Color Chart กันดีกว่าค่ะ==> https://www.gia.edu/gia-about-4Cs-Color
  • ระดับความสะอาดของเพชร หลักๆ มีทั้งหมด 5 ระดับ แต่ละระดับมีหมวดแยกย่อยเล็กน้อย ลองไปดูกันได้นะคะ ==> https://www.gia.edu/gia-about/4cs-clarity
  • หน้าตา 1 กะรัตจะใหญ่ เล็กขนาดไหน เทียบให้ดูกันชัดๆ ที่นี่ค่ะ ==> https://www.gia.edu/gia-about/4cs-carat
  • รายละเอียดของการพิจารณา grading ของการเจียระไน เค้าดูเรื่องอะไรกันบ้าง เราไปดู Diagram ผ่าตัดวัดไซส์เพชรกันดีกว่า คลิ๊กเลยค่ะ ==> https://www.gia.edu/gia-about/4cs-cut

5 Check Lists ให้คุณซื้อเพชรสวยอย่างคุ้มค่า

คุณแน่ใจหรือไม่คะ ว่าเพชรที่คุณซื้อมาแล้ว หรือกำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อนั้น คุ้มค่ากับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่คุณจ่ายไป

ความคุ้มที่ว่านั้น ไม่ได้หมายถึง เรื่องส่วนลดอันยิ่งใหญ่อลังการนะคะ แต่เราจะมาเน้นดูกันในเชิงคุณภาพว่าสิ่งที่เราได้มานั้นมันคุ้มค่าเงินเราแค่ไหนค่ะ

วันนี้เรามี Tips เล็กๆน้อยๆ มาช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อเพชรแบบมือโปรกันค่ะ

Cutting grade ต้องได้ Excellence เพราะเราสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของโครงสร้างภายในของเพชรว่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็น ความตื้น/ลึกของก้นเพชร มุมองศาต่างๆ ของเพชร ซึ่งจะมีผลในเรื่องของการสะท้อน กระจายแสง การเล่นไฟ ที่ช่วยในเรื่องความสวยงามและภาพรวมของเพชรเม็ดนั้นๆ ส่วน Polishing และ Symmetry จะได้ Excellence หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องซีเรียสอะไรค่ะ

Girdle Thickness ควรอยู่ในระดับ Medium หาก Girdle หรือขอบเพชรหนามาก นั่นหมายความว่าน้ำหนักของเพชรไปตกอยู่ที่ก้นเพชร หรืออีกนัยก็คือ เงินที่คุณจ่ายไปนั้นเป็นส่วนที่คุณมองไม่เห็นนั่นเองค่ะ  สามารถดูได้จากภาพ profile ในใบเซอร์ตามในภาพ

ตำหนิต้องไม่มีสี (ไม่ติดดำ หรือ น้ำตาล หรืออื่นๆ) ตำหนิที่ติดสีไม่ใช่ของดีเลยค่ะ หลายๆเม็ดที่ได้รับส่วนลดมากมาย บางครั้งเราต้องดูให้ดีว่ามันปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ค่ะ

Non-Fluorescence ปลอดภัยกว่า แม้ว่าจะไม่ใช่ของไม่ดีอะไร แต่ในความนิยมของตลาดนั้นนิยมแบบไม่ติดฟลูมากกว่า ฉะนั้นเพชรที่ไม่ติดฟลูจะคุ้มค่าต่อการซื้อเพชรเพื่อเก็บสะสม หรือเพื่อการลงทุนค่ะ

น้ำหนักเพชรพรีเมี่ยม ของดี ที่หายาก อยากจะบอกว่าเป็นเพชรที่คุ้มค่าในการซื้อมากๆ ค่ะ แม้ดูเหมือนว่าจะมีส่วนลดน้อยกว่าเพชรทั่วไป หากคุณสงสัยว่า เพชรพรีเมี่ยมไซส์ คืออะไร ลองกลับไปอ่านที่บทความก่อนหน้าของเราได้ที่นี่เลยค่ะ …

บางครั้งเพชรที่มีส่วนลดเยอะๆ อาจจะเป็นข้อเสนอที่ดูดีในเบื้องต้น แต่ถ้าเราทราบและพิจารณาในรายละเอียดเหล่านี้ประกอบด้วยแล้ว เราจะเห็นชัดเจนขึ้นว่า ส่วนลดที่ว่านั้นมาแลกกับคุณสมบัติดีๆ บางอย่างไปหรือไม่ค่ะ

พบกันใหม่สัปดาห์หน้า กับบทความที่จะทำให้คุณซื้อเพรชอย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ

มารู้จักเพชรแฟนซีคัตกัน (Fancy Cuts)

ในหัวข้อนี้เราจะคุยกันถึงเรื่องของรูปทรง (shape) แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลม และ ไม่ใช่กลม ไม่ใช่กลมทั้งหมดคือ แฟนซีคัต หรือ แฟนซีเชป ในบทความนี้ขอเรียกว่าแฟนซีคัตนะคะ

แฟนซีคัตมีมากมายหลายรูปทรง ที่นิยมสุดรองลงมาจากทรงกลม คือ ทรงสี่เหลี่ยม หรือ เรียกว่า Princess Cut และ ทรงหัวใจ หรือ Heart Shape

© Credit byloveandpieces.com

การเกรดดิ้งกับเพชรแฟนซีคัต สถาบัน GIA มีการให้เกรดเรื่องสีและความสะอาดโดยใช้หลักเกณฑ์แบบเดียวกันกับเพชรทรงกลม แต่ในเรื่องความสวยงามของการเจียรไนในส่วนอื่นๆ นั้น ใช้หลักเกณฑ์คนละเซตกัน

ในเพชรทรงกลม การให้เกรดดิ้งเพชรจะแยกออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ Cutting Polishing และ Symmetry โดยหากทั้งสามหัวข้อนี้อยู่ในระดับดีเยี่ยมจะได้เกรดดิ้ง คือ excellence หรือ 3EX ที่เราได้ยินกันคุ้นหูนั่นเอง

ส่วนในเพชรแฟนซี จะมีการให้คะแนนรวมเฉพาะในแง่ Polishing กับ Symmetry เท่านั้น ดังนั้นจึงมีได้สูงสุดเพียง 2EX เพราะการให้คะแนนคัตติ้งของเพชรแฟนซีนั้น ใช้การให้คะแนนแบบภาพรวมซึ่งค่อนข้างเป็นความเห็นเชิงส่วนบุคคลมากกว่า ไม่ใช่การให้คะแนนในเชิงตัวเลขสถิติ อย่างเช่นที่ทำในเพชรกลม เนื่องจากแฟนซีคัตมีมากมายหลายรูปทรงการสร้างหลักเกณฑ์กลางนั้นจึงทำได้ยาก

ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะเลือกซื้อเพชรแฟนซีอย่างไร หลักการง่ายๆ คือ การดูรูปทรงโดยรวม (เช่น เราชอบเม็ดนั้นๆ มั้ย รูปทรงบิดเบี้ยวหรือป่าว มีส่วนไหนที่บางไป หนาไป ฯลฯ) และ การดูสัดส่วน หรือตัวเลข ratio ที่จะมีผลต่อการเล่นไฟของเพชรเม็ดนั้นๆ ส่วนการดูรายละเอียดของตำหนิก็ยังต้องนำมาพิจารณาเช่นเดียวกับการซื้อเพชรกลมนะคะ

ดังนั้นการซื้อเพชรแฟนซีอาจจะมีความซับซ้อนมากกว่าเพชรกลม จึงควรเลือกซื้อจากร้านเพชรที่เราไว้ใจได้ ซึ่งจะทำให้เราได้ของดีราคางาม เนื่องจากเมื่อเทียบกับเพชรกลมในสเปคเดียวแล้ว ราคาเพชรแฟนซีนั้นสบายกระเป๋ากว่ากันขึ้นมามากเลยค่ะ

3หลัก ในการคัดเพชร H&A แบบไม่มีเซอร์ (Hearts And Arrows Diamond)

เหตุเกิดจากเคสงานคัดเพชรคู่ ที่ลูกค้าระบุว่าต้องการเพชร  H&A ระหว่างที่คัดเพชรอยู่นั้น ก็เกิดแรงบันดาลใจในการเขียน Blog นี้ทันที

เพชร H&A หรือ Heart and Arrow นั้น คือเพชรที่ได้รับการเจียรเหลี่ยมในมุมองศาที่ทำให้เกิด Eye Effect แก่ตาของเราให้เห็นเป็นรูปลูกศร (เมื่อมองจากด้านบน) และรูปหัวใจ (เมื่อมองจากด้านล่าง) แต่เพชรที่เรียกได้ว่ามี H&A นั้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเพชร 3Ex เสมอไปนะคะ ดังนั้นในการคัดเพชรครั้งนี้จึงต้องเข้มข้นขึ้นอีก เนื่องจากบางครั้งได้ H&A ที่สวยงาม แต่รายละเอียดการคัตติ้งและการเล่นไฟไม่สวยงามมากนัก หรือในทางกลับการคัตติ้งดีงามไปหมด แต่กลับไม่มี effect ของ H&A ซะงั้น!

จุดประสงค์ในการเขียนบล็อกเรื่องนี้จึงอยากจะเน้นถึง 3 สิ่งที่เราต้องไม่ลืมในการเฟ้นหาเพชร Heart & Arrow กันค่ะ

© photo by: m.v4.cc

1.ความสวยงามของ Hearts และ Arrows 

แล้วสวยนั้นคืออะไร? อะไรที่เรียกว่าสวย? สำหรับเกณฑ์การคัดของ Y.Jewelry นั้น เน้นที่ความคมชัด, รูปทรง Heart & Arrow ที่สวยงามไม่บิดเบี้ยว, และความสม่ำเสมอ (ทั้งระยะห่าง และขนาดของ Heart & Arrow แต่ละอัน)

 2.ไม่ทิ้ง 4Cs

โดยเฉพาะ C – Cutting เพราะจะส่งผลต่อความสวยงามของเพชรเม็ดนั้นๆ มากที่สุด เมื่อเรามองเพชร สิ่งที่เห็นแว่บแรกคือ การเล่นไฟ และรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งจะดีงามแค่ไหน Cutting จะเป็นตัวกำหนด เนื่องจาก Cutting นั้นรวมไปถึง Brightness, Scintillation, Fire, สัดส่วนต่างๆ ของเพชร, Polishing, และ Symmetry ของแต่ละส่วนของเพชรที่เมื่อแต่ละเหลี่ยมมารวมกันแล้วนั้นสวยงามเพียงใด

ส่วน H&A นั้นจะมองเห็น หรือ ได้ชื่นชมก็ต้องเมื่อมองผ่านกล้องส่องดู  H&A เท่านั้น ดังนั้นหากเพชรเม็ดนั้นได้ H&A แต่เกรดดิ้งของการ Cutting ไม่ได้  3Ex ก็อาจจะทำให้เพชรเม็ดนั้นไม่วิ้งวับจับตาเท่าที่ควรได้ค่ะ

3. ชั่งน้ำหนักความสำคัญเมื่อต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง และให้เหตุผลในการตัดสินใจ

เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ต้องตัดสินใจ

  • คัตติ้งดีงามไปหมด แต่กลับไม่มี effect ของ H&A
  • H&A ที่สวยงาม แต่รายละเอียดการคัตติ้งไม่เป๊ะ
  • คัตติ้งดีงามใช้ได้ แต่H&A ไม่เป๊ะหรือพอใช้ได้

เราจะเลือกอย่างไร …แน่นอนคำตอบตายตัวคงไม่มี แล้วแต่เกณฑ์การตัดสินใจของแต่ละ  Jeweler นั้นๆ  ว่าสิ่งไหนสำคัญที่สุด

สำหรับ Y.Jewelry ในเคสนี้เนื่องจากเป็นเม็ดขนาดไม่ใหญ่ จึงเน้นการคัดไปในรูปแบบที่ 3 คือขอคัตติ้งสวยๆ นำไว้ก่อน แล้วยอมที่จะหย่อนเรื่อง H&A ลงมาสักนิด เพราะอย่างไรเสียสิ่งที่จำเป็นสำคัญน่าจะเป็นสิ่งที่แม้แต่ตาเปล่าก็สัมผัสเห็นได้ คือความวิ้งแวบแสบตา

ในอีกมุมนึง หากเคสนี้เป็นแหวนแต่งงาน คงต้องขอคัดกันตายไปข้างนึงเพราะทั้งสองอย่างต้องสวยเป๊ะปังเท่านั้นค่ะ

ตอนนี้รู้กันแล้วนะคะว่าเพชร  H&A ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นเพชรสวยที่ได้  3Ex เสมอไปนะคะ (และที่ได้ 3Ex ก็มีมากอยู่ค่ะ) ฉะนั้นถ้าชอบของดีของสวยจริง ต้องหันมาให้ความสนใจเรื่องของ C – Cutting  กันด้วยนะคะ…

What is Rapaport?

วันนี้ Y.Jewelry Thailand ขอพาผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักกับ Rapaport สิ่งที่คนซื้อขายเพชรมักจะเรียกกันย่อๆ ว่า “แรป” กันนะคะ

Rapaport หรือ แรป คือ ตารางราคากลางเพชรที่ใช้เป็นราคาอ้างอิงในการซื้อขายเพชรทั่วโลก โดยจัดกลุ่มราคาออกเป็นช่วงน้ำหนักของเพชร ซึ่งมีทั้งหมด 18ช่วงน้ำหนัก (สำหรับเพชรกลม) และ 14 ช่วงน้ำหนัก(สำหรับเพชรแฟนซีคัต) ในแต่ละช่วงน้ำหนัก จะแสดงเป็นตารางระบุราคาเพชร ที่แยกย่อยไปตามคุณลักษณะของเพชรทั้ง 4 หรือที่เรารู้จักกันในนาม 4Cs นั่นเองค่ะ

Rapaport Price Lists – Round
Rapaport Price Lists – Round